แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

พรรณไม้บนดอยหลวงเชียงดาว

ผมเคยเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมาแล้วครับ

แต่คราวนั้น บอกตรงๆว่าดอกไม้สวยๆเยอะมาก แต่เราไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของดอกไม้เหล่านั้น

ก่อนจะขึ้นดอยหลวงเชียว คราวนี้ผมขอเตรียมตัวทำความรู้จักกับพรรณไม้นานาชนิดบนดอยหลวงเชียวดาว

ผมได้ทำลิสต์รายชื่อดอกไม้เก็บไว้ใน google drive ตามลิงค์ด้านล่างนี้
https://docs.google.com/document/d/1_JCPpo8l8cp7W5xr-THyZIS2vjKIoYJRC_WgPxP6bQo/pub

และได้แจ้งแหล่งที่มาต่างๆสำหรับผู้สนใจด้วยครับ
ที่มา


รูปเมื่อครั้งที่ผมไปมาคราวที่แล้ว












วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

2/2 อุทยานแห่งชาติพุเตย ยอดเขาเทวดา น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่

ตี่สี่ครึ่งผมตื่นขึ้นมาเพราะได้เวลานัดหมายแล้ว อากาศหนาวกำลังดีเปิดเต๊นท์ออกมาเห็นดาวพอประมาณไม่มากมายเท่าตอนที่ไปดอยวาว ดาวศุกร์ตอนนี้ย้ายไปอยู่ฝั่งทิศตะวันตกเป็นที่เรียบร้อย เตรียมตัวเดินทางขึ้นยอดเขาเทวดากันครับ

เปลี่ยนชุดตระเตรียมของพร้อมกันที่รถ พี่ต๊ะพานั่งรถฝ่าอากาศหนาวๆ หมอกจางๆ ฝุ่นอย่างเยอะ! ไปที่ทางขึ้นเขา แสงอาทิตย์ยังไม่ทันจะโผล่พ้นขอบฟ้าพี่ก็พาพวกเราเดินมุ่งหน้าสู่ยอดเขา


ทางขึ้นช่วงประมาณ 600 เมตร

จะบอกว่าทางเริ่มลาดตั้งแต่ขึ้นเลยครับ ผ่านมาได้ซัก 200 เมตรก็เริ่มชันหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่นี่มีเชือกให้พอช่วยพยุงตัวได้บ้าง แต่ก็อย่าใช้เชือกเยอะไปนะครับมือเย็นๆเอาไปรูดกับเชือกมันเจ็บมาก ระยะทางขึ้นยอดเขาเทวดาประมาณ 800 เมตรพวกเราใช้เวลาเดินกันชั่วโมงกว่าๆ เอาเป็นว่าทันพระอาทิตย์ขึ้นเป็นพอ

บนยอดดอยมีพื้นที่ไม่มากครับ คนประมาณ 30 คนทำให้ยอดดอยเต็มได้ ผมก็ไม่รีบนั่งละเลียดโอวัลตินคลายหนาวรอให้คนได้ถ่ายรูปกับพระอาทิตย์เสร็จเสียก่อน ค่อยไปถ่ายรูปของเรา
สูงที่สุดในแผ่นดินสุพรรณฯ



จากจุดที่สูงที่สุดในสุพรรณฯนี้เราจะมองเห็น 3 จังหวัดคือทางซ้ายเป็นกาญจนบุรี ทางขวาเป็นอุทัยธานี และจุดที่ยืนคือสุพรรณบุรี

เทือกเขาที่เด่นชัดและสวยซะมากๆ คือเทือกเขาตะนาวศรี จังหวัดกาญจนบุรีนั่นเอง
pano เทือกเขาตะนาวศรี

เทือกเขาตะนาวศรี จ.กาญจนบุรี


9 โมงเช้า เหลือกลุ่มเราที่ยังเสพธรรมชาติกันเป็นกลุ่มสุดท้าย เก็บข้าวของย้ายสัมมะโนครัวลงด้านล่างกัน ตอนลงนี่ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนขึ้นรองเท้าที่ใส่มีส่วนมาก ปลายนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยผมเจ็บปวดอย่าบอกใคร ลงมาที่รถก็พบกับวิวข้าวไร่อันน่าหลงไหล

ทุ่งข้าวไร่
 ข้าวไร่เป็นข้าวที่ชาวกระเหรี่ยงที่นี่นิยมปลูก ปลูกได้ปีละครั้ง เพราะที่นี่ไม่มีน้ำให้ทำนาได้ตลอดทั้งปี

คนที่นี่ไม่มีเนื้อไก่ หมู วัว กินถ้าจะกินต้องลงไปซื้อที่ตลาด พี่ต๊ะเล่าว่าเมื่อก่อนชาวบ้านเลี้ยงวัว แต่ก็ถูกเสือลากไปกิน ก็เลยเลิกเลี้ยง

10โมงเช้า เราถึงที่พักแล้ว รีบควานหาอาหารเช้ามาประทัง (คือหิวมาก) หลังจากที่ซัดโฮกกับอาหารทั้งหมด เรียกว่าทุบหม้อข้าวหม้อแกงกันเลยทีเดียว 555 ก็จัดแจงเก็บเต๊นท์ เตรียมตัวเดินทางลงดอยกัน

บรรยากาศที่กางเต๊นท์
เที่ยงนิดๆ เราพร้อมกันที่รถกระบะ พี่ต๊ะพาเราแวะน้ำตกระหว่างทางก่อนถึงที่ทำการอุทยานอีกที่คือ น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ และก็เหมือนเคยคือไม่มีคนเลยนอกจากกรุ๊ปเรา และก็แวะกันนานอีกตามเคย








บ่ายเท่าไหร่ไม่รู้ พวกเราก็เดินทางกลับมาที่รถกระบะ ให้พี่ต๊ะพาเรามาส่งอุทยานฯ ระหว่างรู้สึกว่าแปบเดียวและมีเสียงเคาะกระจกตลอดเวลา ไม่ใช่อะไรหรอกครับ หลับหัวโขกกระจกนั่นเอง ทุกคนดูเหมือนจะหมดแรงไปกับทริปนี้

หลังจากถึงอุทยานเราก็จัดแจงย้ายของกลับเข้ารถเรา อาบน้ำอีกซักครั้ง และเดินทางกลับกรุงเทพฯ

จบ...




วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

[3/4] ปี๊ใหม่เมืองน่าน อุทยานแห่งชาตินันทบุรีสัมผัสความหนาวบนดอยวาว

อยากรู้ว่าเดินทางเวลาไหนบ้างคลิ๊กที่นี่ครับ




ก่อนเที่ยง เราแวะซื้อของจำเป็นบางส่วนแถวตัวเมืองน่าน ขับรถรถประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงอุทยานแห่งชาตินันทบุรี เราขับเลยไปหน่อยเพื่อไปให้ถึงดอยวาว

ทางขึ้นอช.นันทบุรีเป็นทางคอนกรีต2เลนสวนกันไม่มีไหล่ คล้ายกับทางไปอช.ทองผาภูมิหรือภูทับเบิก ต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ขับรถนิดนึง พอหลังจากผ่านหน่วยอุทยานฯไปแล้ว เป็นทางขึ้นดอยวาวจะเป็นทางลูกรัง ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม ผมไปรถเก๋งก็ค่อยๆไปไม่เร่งหวือหวามากก็ขึ้นถึงครับ

บ่าย เราถึงดอยวาว จัดแจงกางเต๊นท์ จากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงเวลานี้ผมไม่ได้หยิบกล้องเลยครับ วิ่งเล่น อ่านหนังสือ เดินไปเดินมาและอาบน้ำ ซึ่งน้ำเย็นไม่ด้อยไปกว่าดอยเสมอดาวเลย ผมแอบคิดว่าที่นี่น่าจะเย็นกว่าด้วย

เย็นอย่างไรหรอครับ น้ำแรกคือเย็น น้ำต่อมาคือปวดไปถึงกระดูกเลยครับ แต่ก็ทนอาบจนเสร็จเพราะทนความเหม็นตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

หัวค่ำ เราเริ่มปรุงอาหารอีกละ เตาหยิบยืมได้จากเจ้าหน้าที่ ของสดบางอย่างไปซื้อต่อจากร้านค้าได้ แต่ถ้าใครไม่อยากทำก็แวะร้านค้าทีเดียวเลยจบ

สุดท้ายแล้วผมเริ่มทนอากาศหนาวไม่ไหวเลยขอตัวไปนอนตอน 3 ทุ่ม ไม่ไหวแล้วจริงๆผิงไฟใส่เสื้อก็เอาไม่อยู่ หลบเข้าเต๊นท์ดีกว่า คร๊อกกก...

เช้าแล้วครับ ตื่นสายหน่อยไม่รีบไปถ่ายรูปพระอาทิตย์แล้ว ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินไปถ่ายรูปกัน
น้ำค้างบนเต๊นท์

กางเต๊นท์ริมผาเลย

บรรยากาศตรงทางเดิน

จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น คนแค่นี้เองครับถือว่าไม่มากเลย

ดอกอะไรไม่รู้ นึกชื่อไม่ออก

อยู่ที่นี่อารมณ์ดีมาก ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย

หาอะไรอุ่นๆคลายหนาว

ร้านค้าง่ายๆคลายหนาว

บนนี้มีต้นเมเบิ้ลด้วยนะครับ

นี่ไงต้นนี้

ลานจอดรถ จนท.ให้กางเต๊นท์ด้วยเลยที่กางไม่พอ

เมเบิ้ลอีกมุมนึง

ร่วงหล่น

มาเป็นหมู่บ้านเลยแก๊งค์นี้

สายแก่ๆ พวกเราเก็บเต๊นท์แบบชิลๆ ไม่อยากจากไปเลยจริงๆ แต่แพลนวันนี้เราต้องไปถึงตัวเมืองแล้วไม่อยากให้ผิดแผนครับ ตัวเมืองเราก็อยากเที่ยว ก็เก็บเต๊นท์กับแบบไม่รีบไม่ร้อน

เที่ยง เราคุยกันไว้ว่าอยากแวะน้ำตกซักที่นึงเลยเข้าไปคุยกับจนท. ได้คำแนะนำมาว่าให้ไปน้ำตกสันติสุขดีกว่ารถถึง ถ้าไปน้ำตกนันทบุรีต้องเดินอีกแล้วความสวยก็พอๆกัน เราจึงตัดสินใจไปตามคำแนะนำของจนท.

ทางเข้าหลังจากถนนใหญ่ไปแล้วเป็นถนนคอนกรีตเลนเดียวหรือจะเรียกเลนครึ่งดี ถ้าจะสวนกันรถทั้ง2คันต้องลงไหล่ทางกันคนละครึ่งละครับ ต้องใช้คนขับที่คล่องตัวนิดนึง

ไม่มีคนเลยครับ ไม่มีใครเที่ยวน้ำตกสันติสุขกันเลย เสร็จเรา...อยู่กันนานเลยครับทีนี้เลยได้มาหลายรูปหลายมุมหน่อยนะครับ

น้ำตกสันติสุข

น้ำตกสันติสุข

น้ำตกสันติสุข

ถ่ายรูปกับจุดที่สวยที่สุดซะหน่อย

น้ำตกสันติสุข

น่าจะสวยสุดแล้วจุดนี้
จุดที่สวยสุดของน้ำตกนี้น่าจะเป็นภาพด้านบนนี่แหละครับ เราเดินลึกเข้าไปก็เจอน้ำตลอดทางแต่ไม่เจอน้ำตกสูงเท่านี้ พอสมควรแก่เวลา ก็เดินทางออกจากน้ำตกมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง


เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยได้ภาพนี้

เจ้านี่ชื่อโลมาพาเราเข้ามาครับ

[2/4] ปี๊ใหม่เมืองน่าน ดอยเสมอดาว

ติดตามตารางเวลาที่เราใช้ไปในทริปนี้พร้อมกับ footage ได้ที่นี่ครับ



เที่ยงคืน เราออกเดินทางจากกรุงเทพ ตั้งใจว่าจะถึงอุตรดิตถ์ตอนเช้าๆ แวะพักกันก่อนเปลี่ยนผลัดพลขับกันที่นั่น

เช้าแปดโมง เราถึงอุตรดิตถ์แวะกินข้าวร้านช้อนทอง เติมแก๊สให้เต็มแล้วเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง

ดูจากหนังสือแผนที่ทางคดเคี้ยวเจ้าของรถจึงลงมือขับเอง แต่ทางง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ทำความเร็วได้เยอะพอสมควร ถนน 2 เลนบ้างเลนเดียวบ้าง แต่มีไหล่ทาง ขับสบายๆจนไปถึงดอยเสมอดาว

บ่าย พวกเราไปถึงดอยเสมอดาว ด้วยความที่ไม่ได้จองที่พักกันมาก่อนจึงไม่ได้ไปกางเต๊นท์บนดอยเสมอดาว เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปกางเต๊นท์ที่ผาชู้ เราขับรถต่อไปอีกหน่อยเห็นคนกางเต๊นท์กันก็ลงไปสอบถาม จนท.ตอบว่ากางเต๊นท์ตรงนี้ได้ ก็เลยรีบจัดแจงหาที่ลงหลักปักฐานกันเลย เพราะเวลานั้นดูเหมือนคนจะเยอะแล้ว ไม่หวังพึ่งน้ำบ่อหน้าดีกว่า

จุดกางเต๊นท์เราห่างจากห้องน้ำประมาณ 100 เมตร ห่างจากร้านค้าประมาณ 200 เมตร ห่างจากจุดชมวิวยอดดอยเสมอดาวประมาณ 500 เมตร พิกัดกำลังดีเดินไม่ไกลมากนัก
บริเวณที่กางเต๊นท์

หลังกจากกางเต๊นท์เสร็จก็ชวนกันไปชำระร่างกายซะ เพราะตั้งแต่เที่ยงคืนก่อนหน้าร่างกายยังไม่ได้สัมผัสกับน้ำเลย ตัวเหม็นอย่าบอกใครเชียวหล่ะ

มีคนเคยกล่าวว่า "น้ำขันแรกจะเย็น น้ำขันต่อมาจะเฉยๆ"
แต่ที่นี่ขอเปลียนคำซะใหม่ "น้ำขันแรกจะเย็น น้ำขันต่อมาชา..."

น้ำเย็นมวากกก อาบน้ำ สระผมกันแบบไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะมันชาไปทั้งตัว จะร้องเสียงดังแบบอยู่บ้านมากไปก็ไม่ได้ ห้องน้ำใกล้กันก็อายห้องข้างๆเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงห้องข้างๆดังมา อู้วววว ... อ๊าวววว ....  เย็นฉ่ำได้ใจจริงๆ

บ่ายแก่ๆ มีเวลาเหลือผมของีบซะหน่อย เมื่อคืนนอนแค่ 2-3 ชม.เองครับ

ตกเย็น ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าพวกเราเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวของดอย เตรียมชมพระอาทิตย์อัสดง เก็บภาพทางเดินขึ้นมาให้ชมหน่อยครับ


ทางขึ้นจุดชมวิวดอยเสมอดาว

กระเจี๊ยบ ณ ทางขึ้นจุดชมวิวดอยเสมอดาว

ทางขึ้นจุดชมวิวดอยเสมอดาว

ทางขึ้นจุดชมวิวดอยเสมอดาว

ถึงแล้วครับดอยเสมอดาว วันนี้พระอาทิตย์ตกดินไม่สวยเลยไม่มีรูปให้ชมครับ ตรงผาหัวสิงห์คนก็เยอะ เลยไม่มีรูปเป็นชิ้นเป็นอัน กลายเป็นได้รูปบรรยากาศบนดอยเสมอดาวแทน เต๊นท์เรียงรายกับให้พรึบ
ลานกางเต๊นท์บนดอยเสมอดาว

ลานกางเต๊นท์บนดอยเสมอดาว

ผิดหวังแล้วก็เดินลงครับ

หัวค่ำ เราปิ้งย่างอาหารกินกันเบาๆ สามทุ่มเราก็หลับกันแล้วครับ

อ้อ เตายืมได้ที่เจ้าหน้าที่เลยครับ อาหารสดบางอย่างก็หาซื้อได้ที่ร้านค้า ภาชนะช้อนชามน้ำเตรียมกันไปเอง

ย่ำรุ่ง เตรียมตัวขึ้นไปพอพระอาทิตย์ขึ้นกันครับผม เส้นทางเดิมเหมือนตอนขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตก ตอนเราไปถึงคนยังหลวมๆไม่แน่นมาก พอผ่านไปซักระยะเป็นอย่างที่รูปที่เห็นล่ะครับ
หันไปทางขวา

หันไปทางซ้าย

เช้านี้ ก็ยังไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแบบสวยๆ ผมเลยพับขาตั้งกล้องแล้วไปนั่งชมบรรยากาศอีกเหมือนเคยครับ แต่ก็ได้ภาพมาบ้างบางส่วน


 

พอตอนเช้า เราก็ลงไปเก็บเต๊นท์ทานอาหารเช้ากัน เตรียมตัวเดินทางต่อ

สถานที่เที่ยวทั้งหมด

1 วัน 2 วัน 1 คืน 3 วัน 2 คืน 5 วัน 4 คืน กระเป๋า เกาะล้าน เกาะสีชัง ขนมจีนบ้านนา เขาค้อ เขาค้อทะเลหมอก เขื่อน จ.กรุงเทพ จ.กาญจนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ชัยภูมิ จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา จ.น่าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ปราจีนบุรี จ.เพชรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.สระแก้ว จ.สระบุรี จ.สุโขทัย จ.สุพรรณบุรี จุดสำคัญ ชายหาดชะอำ ชายหาดหัวหิน ซิคาดา ดอย ดอยวาว ดอยเสมอดาว ดอยหลวงเชียงดาว ตลาดโต้รุ่ง ตลาดโบราณนครเนื่องเขต ตัวเมือง ตัวเมืองน่าน ตารางเวลา ทะเล ที่พัก น้ำตก น้ำตกเกริงกะเวีย น้ำตกจ๊อกกะดิ่ง น้ำตกตะเพินคี่น้อย น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ น้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกผาตาด น้ำตกลำเกลียว น้ำตกสันติสุข น้ำตกเอราวัณ บ้านเพลินดารา บ้านริมคลอง ปราสาทหินพิมาย พระตำหนักเขาค้อ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พัทยากลาง พุทธมณฑล ภูทับเบิก มีนบุรี ยอดเขาเทวดา ร้านอาหาร วัด วัดชนะสงคราม วัดพระธาตุเขาน้อย วัดพระพายหลวง วัดพระพุทธบาท วัดภูมินทร์ วัดศรีชุม วัดสระศรี วัดหลวงพ่อโสธร สนามยิงปืนนเรศวร สะพานข้ามแม่น้ำแคว สังขละบุรี หัวหิน หาดถ้ำพัง อช.ทองผาภูมิ อช.ไทรทอง อช.ปางสีดา อช.พุเตย อนันตาริเวอร์ฮิลล์รีสอร์ท อุทยานประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานแห่งชาติ Asiatique