แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุทยานแห่งชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุทยานแห่งชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

2/2 อุทยานแห่งชาติพุเตย ยอดเขาเทวดา น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่

ตี่สี่ครึ่งผมตื่นขึ้นมาเพราะได้เวลานัดหมายแล้ว อากาศหนาวกำลังดีเปิดเต๊นท์ออกมาเห็นดาวพอประมาณไม่มากมายเท่าตอนที่ไปดอยวาว ดาวศุกร์ตอนนี้ย้ายไปอยู่ฝั่งทิศตะวันตกเป็นที่เรียบร้อย เตรียมตัวเดินทางขึ้นยอดเขาเทวดากันครับ

เปลี่ยนชุดตระเตรียมของพร้อมกันที่รถ พี่ต๊ะพานั่งรถฝ่าอากาศหนาวๆ หมอกจางๆ ฝุ่นอย่างเยอะ! ไปที่ทางขึ้นเขา แสงอาทิตย์ยังไม่ทันจะโผล่พ้นขอบฟ้าพี่ก็พาพวกเราเดินมุ่งหน้าสู่ยอดเขา


ทางขึ้นช่วงประมาณ 600 เมตร

จะบอกว่าทางเริ่มลาดตั้งแต่ขึ้นเลยครับ ผ่านมาได้ซัก 200 เมตรก็เริ่มชันหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่นี่มีเชือกให้พอช่วยพยุงตัวได้บ้าง แต่ก็อย่าใช้เชือกเยอะไปนะครับมือเย็นๆเอาไปรูดกับเชือกมันเจ็บมาก ระยะทางขึ้นยอดเขาเทวดาประมาณ 800 เมตรพวกเราใช้เวลาเดินกันชั่วโมงกว่าๆ เอาเป็นว่าทันพระอาทิตย์ขึ้นเป็นพอ

บนยอดดอยมีพื้นที่ไม่มากครับ คนประมาณ 30 คนทำให้ยอดดอยเต็มได้ ผมก็ไม่รีบนั่งละเลียดโอวัลตินคลายหนาวรอให้คนได้ถ่ายรูปกับพระอาทิตย์เสร็จเสียก่อน ค่อยไปถ่ายรูปของเรา
สูงที่สุดในแผ่นดินสุพรรณฯ



จากจุดที่สูงที่สุดในสุพรรณฯนี้เราจะมองเห็น 3 จังหวัดคือทางซ้ายเป็นกาญจนบุรี ทางขวาเป็นอุทัยธานี และจุดที่ยืนคือสุพรรณบุรี

เทือกเขาที่เด่นชัดและสวยซะมากๆ คือเทือกเขาตะนาวศรี จังหวัดกาญจนบุรีนั่นเอง
pano เทือกเขาตะนาวศรี

เทือกเขาตะนาวศรี จ.กาญจนบุรี


9 โมงเช้า เหลือกลุ่มเราที่ยังเสพธรรมชาติกันเป็นกลุ่มสุดท้าย เก็บข้าวของย้ายสัมมะโนครัวลงด้านล่างกัน ตอนลงนี่ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนขึ้นรองเท้าที่ใส่มีส่วนมาก ปลายนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยผมเจ็บปวดอย่าบอกใคร ลงมาที่รถก็พบกับวิวข้าวไร่อันน่าหลงไหล

ทุ่งข้าวไร่
 ข้าวไร่เป็นข้าวที่ชาวกระเหรี่ยงที่นี่นิยมปลูก ปลูกได้ปีละครั้ง เพราะที่นี่ไม่มีน้ำให้ทำนาได้ตลอดทั้งปี

คนที่นี่ไม่มีเนื้อไก่ หมู วัว กินถ้าจะกินต้องลงไปซื้อที่ตลาด พี่ต๊ะเล่าว่าเมื่อก่อนชาวบ้านเลี้ยงวัว แต่ก็ถูกเสือลากไปกิน ก็เลยเลิกเลี้ยง

10โมงเช้า เราถึงที่พักแล้ว รีบควานหาอาหารเช้ามาประทัง (คือหิวมาก) หลังจากที่ซัดโฮกกับอาหารทั้งหมด เรียกว่าทุบหม้อข้าวหม้อแกงกันเลยทีเดียว 555 ก็จัดแจงเก็บเต๊นท์ เตรียมตัวเดินทางลงดอยกัน

บรรยากาศที่กางเต๊นท์
เที่ยงนิดๆ เราพร้อมกันที่รถกระบะ พี่ต๊ะพาเราแวะน้ำตกระหว่างทางก่อนถึงที่ทำการอุทยานอีกที่คือ น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ และก็เหมือนเคยคือไม่มีคนเลยนอกจากกรุ๊ปเรา และก็แวะกันนานอีกตามเคย








บ่ายเท่าไหร่ไม่รู้ พวกเราก็เดินทางกลับมาที่รถกระบะ ให้พี่ต๊ะพาเรามาส่งอุทยานฯ ระหว่างรู้สึกว่าแปบเดียวและมีเสียงเคาะกระจกตลอดเวลา ไม่ใช่อะไรหรอกครับ หลับหัวโขกกระจกนั่นเอง ทุกคนดูเหมือนจะหมดแรงไปกับทริปนี้

หลังจากถึงอุทยานเราก็จัดแจงย้ายของกลับเข้ารถเรา อาบน้ำอีกซักครั้ง และเดินทางกลับกรุงเทพฯ

จบ...




วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

1/2 อุทยานแห่งชาติพุเตย น้ำตกตะเพินคี่น้อย

หกโมงเช้า พวกเราแวะเติมพลังกันปั๊มสุดท้ายก่อนจะยิงยาวเข้าสุพรรณบุรี



สิบโมงครึ่ง พวกเรากะเวลาผิดไปมาก ในตอนแรกกะไว้ว่าถึงที่ทำการอุทยานฯประมาณ 9โมง หลังจากถึงอุทยานก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ แล้วย้ายสัมภาระขึ้นรถกะบะที่จนท.เตรียมไว้ให้ เราต้องนั่งรถของจนท.ประมาณ 21 กม. ทางเป็นดินแดง ดีแล้วที่เราจอดรถไว้ที่ทำการฯ ต้องเป็นคนชำนาญทางและรถสมรรถนะดีๆเท่านั้น

เที่ยง เราถึงลานกางเต๊นท์จัดการกางเต๊นท์และเติมพลังมื้อเที่ยงกันก่อน เก็บแรงไว้เที่ยวละแวกอุทยานฯรอบบ่าย


บ่ายหนึ่ง จนท.พาเราชมหินงอกหินย้อยในถ้ำตะเพินเงิน ถ้ำนี้ยังมีหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ บางจุดยังมีน้ำหยด จากนั้นพาไปสักการะพระพุทธรูปในถ้ำตะเพินทอง สองถ้ำนี้รูปค่อนข้างน้อย ภายในถ้ำแสงน้อยมากจึงไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่าย

ถ้ำตะเพินทอง

ถ้ำตะเพินทอง

ถ้ำตะเพินทอง

ถ้ำตะเพินทอง




บ่ายสาม หลังจากจอดรถพี่ต๊ะ(เจ้าหน้าที่นำทาง)พาเราเดินผ่านไร่ข้าวโพด ไปชมน้ำตกตะเพินคี่น้อย

ระหว่างทางพี่ต๊ะเล่าให้ฟังถึงที่มาของอุทยานฯพุเตย
พุ คือ แหล่งน้ำจากใต้ดินที่ดันขึ้นมาบนผิวดิน
เตย คือ บริเวณนั้นมีต้นเตยขึ้นเยอะ
รวมกันเป็นอุทยานแห่งชาติพุเตย

น้ำตกตะเพินคี่น้อย

น้ำตกตะเพินคี่น้อย

น้ำตกตะเพินคี่น้อย

น้ำตกตะเพินคี่น้อย

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ชม. นั่งได้นานเนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยงกลุ่มอื่นเลยนอกจากพวกเรา น้ำจากน้ำตกไม่พอเล่นแต่ก็พอเพียงให้นั่งฟังเสียง และสัมผัสไอน้ำจางๆ

บ่ายสี่ พี่ต๊ะพาเราไปดูตาน้ำของที่นี่ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านกะเหรี่ยง ตาน้ำที่นี่เป็นลักษณะแอ่งน้ำกว้างประมาณ 2x3 เมตร ลึกประมาณ 20-40 ซม. มีฟองอากาศผุดขึ้นมาจากดิน ตรงนั้นจะเป็นตาน้ำ น้ำตรงนี้จะไม่เคยแห้งมีให้หมู่บ้านได้ใช้ตลอดทั้งปี จะมีแห้งอยู่ครั้งเดียวคือคราวที่เกิดซึนามิ!!

หลังจากนั้นพวกเรากลับเข้าที่พัก ไม่นานนักก็เริ่มมีนักท่องเที่ยงเข้ามาสมทบ บางกลุ่มก็เอาเต๊นท์มาเอง บางกลุ่มก็ยืมเต๊นท์ของอุทยาน พวกเราอาบน้ำ พักผ่อน เตรียมอาหารเย็น

หลังมื้อเย็นแล้วรอเวลาฟ้ามืดขึ้นมาหน่อย ผมก็เริ่มชวนกันดูดาวคราวที่แล้วที่ไปดอยเสมอดาวผมยังหาดาวเหนือไม่เจอเลย คราวนี้ผมจะมาแก้ตัว
ผมเปิดแอป google sky map ผมมองหาดาวหมีใหญ่ (กลุ่มดาวที่ชี้ไปยังดาวเหนือ) แต่เวลานี้ดูช่างไม่เหมาะเสียเลยผมเลยหาดาวหมีใหญ่ไม่พบซะแล้ว เปลี่ยนเป็นดาวค้างคาวแทน ครับผมหาดาวค้างคาวเจอแล้ว ตามสูตรตรงรอยหยักของตัว M จะชี้ไปยังดาวเหนือ สุดท้ายคืนนี้ผมหาดาวเหนือเจอ ^ ^ แต่ดาวเหนือคืนนี้ช่างจางเสียเหลือเกิน อยากเห็นดาวเหนือชัดกว่านี้อีกคงต้องทริปหน้าละครับ

ในคืนนี้เราใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการดูดาว ดาวที่ผมพบคืนนี้มี
  • ดาวศุกร์ (ดูเป็นอยู่แล้ว)
  • ดาวเหนือ
  • กลุ่มดาวค้างคาว
  • กลุ่มดาวคนคู่
  • กลุ่มดาวหมาใหญ่
  • กลุ่มดาวนายพราน
ไว้คราวหน้าเราจะดูดาวกันเพิ่มนะครับ

คืนนั้นนั่นเองมีเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับการเที่ยวธรรมชาติ เนื่องจากผมลุกไปเข้าห้องน้ำตอนเที่ยงคืนพอดีก็พบว่ายังมีนักท่องเที่ยงถึง 3 กลุ่มส่งเสียงดังสนั่นดอย 2 กลุ่มมีกีต้าร์ อีก 1 กลุ่มคุยกันเสียงดัง ผ่านไป 1 ชม. กลุ่มที่เล่นกีต้าร์ใกล้เต๊นท์ที่ผมนอนเงียบตัวลง ครึ่งชม.ต่อมากลุ่มที่คุยกันเรื่องบอลเรื่องพี่น้องผองเพื่อนพ่อตาตายแม่ยายป่วยเงียบตัวลง ตี2กลุ่มสุดท้ายเล่นเพลงสิบแปดฝนเป็นเพลงสุดท้ายก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงร่ำลาพร้อมประกาศชื่อเสียงเรียงนามไว้อย่างชัดเจน ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะขับรถออกจากลานก็ได้เบิ้ลรถเสียงดังปลุกนักท่องเที่ยว
เช้ามาผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ก็ได้รับคำตอบว่าคนที่ประกาศชื่อตนก่อนลงดอยเป็นลูกของผู้ใหญ่บ้านละแวกนั้น ขึ้นมาบนอช.นี้บ่อยแล้ว จนท.ก็ทำอะไรไม่ได้

ทริปนี้ดีมาหมดแล้วครับมาเสียจุดนี้จุดเดียว ตรงที่หลัง 4 ทุ่มแล้วยังปล่อยให้มีเสียงดังได้อีก ตรงนี้นักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ควรจะร่วมมือกันนะครับ นักท่องเที่ยวก็ควรจะรู้มารยาทการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ต้องปล่อยให้ใครมาว่ากล่าวตักเตือนมันควรจะเป็นจิตสำนึกอยู่ในตัวเราเอง ผมเห็นเต๊นท์ที่เสียงดังยังมีเด็กอีก2คน เด็กมันจะเลียนแบบเอาได้พอโตไปก็จะไปทำพฤติกรรมไม่ดีอีก ส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ควรเข้าไปตักเตือนเมื่อถึงเวลา ทำป้ายมาติดหรือทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวรู้ว่าควรงดใช้เสียงเมื่อใด

นอกเรื่องไปยาวเหมือนกัน
สุดท้ายคืนนั้นผมก็หลับไปหลังจากที่ไม่มีเสียงรบกวนใดๆ
พรุ่งนี้เช้าตื่นตีสี่ครึ่งครับ รีบนอนๆ

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตื่นเช้าชมดอกกระเจียว อช.ไทรทอง

เป็นทริปที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายฝนแล้วครับ ประมาณต้นกรกฎาคม (พยายามหนีคนเลยไปช่วงนี้)

จำไม่ได้่ว่าออกเดินทางกันช่วงไหนแต่น่าจะเป็นช่วงสายของวัน เริ่มบันทึกกันตรงนั้นเลย
สายเกือบเที่ยง ออกเดินทาง ระหว่างทางเจอฝนบ้างแวะบ้างจึงทำให้ไปถึง อช.ช้ากว่าที่คิด
เย็น ถึงที่ทำการอุทยานฯ คนไม่มีเลยเราจึงมีเวลาเดินเลือกที่พักกางเต็นท์ได้นานหน่อย กว่าจะได้กางแย้งกันไปแย้งกันมา
จริงแล้วที่ อุทยานฯมีร้านค้าและร้านอาหารบริการ แต่เราสองคนกลัวร้านจะปิดไปแล้วเลยซื้อของกินตั้งแต่ก่อนทางขึ้นอุทยานฯ คืนนั้นกินอาหารกันในเต็นท์
ดึก ฟังเสียงตัวเรไรร้องหาคู่ ในตอนนั้นไม่รู้หรอกตัวอะไรแต่เสียงดังมาก ฟังตอนแรกหลอนนะ กางเต็นท์กันอยู่ 4 หลังห่างๆกันดูไม่อบอุ่นเลย แล้วยังมีเสียงตัวอะไรร้องอีก เสียงเรไรเหมือนกับเสียงไซเรน ดังและก้องกังวานมาก ดังจากต้นนู้นทีต้นนี้ที ผมออกไปยืนดูก็ไม่เจอตัว ฟังไปฟังมาก็เพลินดี
คืนนั้นเดินสำรวจไปเจอหิ่งห้อยที่ต้นไม้ริมบึงด้วย ฟิน ณ จุดนี้

เช้าตรู่ เรารีบเตรียมตัวออกไปชมดอกกระเจียว รถมีตั้งแต่ตี 5 แล้วมั้ง แต่พวกเราได้ขึ้นประมาณ 6 โมงกว่าๆ ค่ารถ 60 บาทนะ (ถ้าจำไม่ผิด) เหมาคันก็ได้ถ้ามากันเป็นหมู่คณะ อย่าริเอารถขับขึ้นไปเลยมันมีทางต้องผ่านลำธารหรือทางน้ำอะไรนี่แหละ ดับกันมานักต่อนัก ก่อนเดินทางเตรียมอาหารไว้หน่อยก็ได้เพราะต้องเดินถึงตอนสายอาจจะหิวได้

ต่อจากนั้นชมภาพเลยครับ

สายเกือบเที่ยง เราลงมานั่งพักทานอาหารที่ร้านค้า เก็บเต็นท์ แล้วเดินทางกลับ ตอนแรกกะจะแวะอีกซักที่ 1 แต่ด้วยนิสัยโอ้เอ้เลยทำให้หมดเวลาแวะไปโดยพลัน


















วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

3/6 อช.ทองผาภูมิ [อช.ทองผาภูมิ]

  • กว่าจะขับรถมาถึงอช.ทองผาภูมิก็เกือบมืดเพราะทางคนเคี้ยวพอสมควร ตำแหน่งกางเต้นท์ดีๆได้ถูกจับจองไปหมด พวกเราได้กางเต้นท์เกือบติดกับหน้าผา
  • ในความไม่ดีก็ยังพอมีความดีให้เห็นบ้าง รอบๆเต้นท์เรามีต้นไม้พอให้เราได้ขึงเชือกทำราวตากผ้า มีโต๊ะไว้กินข้าว เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปรอบๆเต้นท์ไว้ด้วย
  • ตอนประมาณเกือบเที่ยงคืน 1 ในสมาชิกของพวกเราโดนตะขาบตัวเขื่องกัดเข้า ในระหว่างทางที่จะเดินไปเข้าห้องน้ำ หยูกยาที่พอหาได้คือ "ยาแก้ปวด + ยาแก้แพ้" ก็กินๆประทังไปก่อน สุดท้ายก็รอดมาได้
  • ตื่นเช้ามา จุดเตาไว้ก่อน จากนั้นก็หยิบกล้องไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ได้ภาพมาตามเซตด้านล่าง ผมเป็นคนที่จับกล้องน้อย เลยได้ภาพมาแค่นี้ ไม่มีบรรยากาศรอบๆ เต๊นท์เลย
  • จากนั้นพวกเราก็เก็บขอเตรียมเดินทางไปต่อ




  • ก่อนกลับ ขอถ่ายภาพกับสันคมมีดซะหน่อย

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อช.ปางสีดา

ตรงกับวันแม่ปี 55 เลยจัดทริปสั้นรถถึงสบายๆ ไปกางเต้นท์ทำไรกินกันที่ "อช.ปางสีดา" ที่นี่เค้าร่ำลือกันว่าผีเสื้อสวยเยอะหนักหนา ขอจัดทริปมาชมเป็นขวัญตาซะหน่อย
มาถึงช่วงบ่าย เราปักหลักที่พักใกล้ริมหนองน้ำ กะว่าคืนนี้นอนฟังเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ
ช่วงเย็น ขับรถขึ้นไปยังจุดชมวิว
มืดหน่อย พวกเราจัดหาอาหารกินกัน ฝนเริ่มตั้งเค้า ฝ่ายพ่อครัวก็ทำกับข้าวไป ทำไปได้ไม่นานฝนก็เทลงมา จำเป็นต้องมูฟเข้าที่กำบังเป็นเพิ่งเล็กเรียงต่อกันของทางอุทยานฯ กินกันจนอิ่มแล้วฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ประกอบกับคำขู่จาก จนท. ว่าคืนนี้ฝนไม่น่าหยุดแน่ๆ พี่เค้าก็ใจดีให้พวกเรามูฟเข้าไปพักที่ตึกสำนักงานฯ
นอนกันจนถึงเช้า พวกเราก็เก็บข้าวของกลับ กทม.

...แต่เดี๋ยวก่อน คืนที่ผ่านมานั้นใช่ว่าจะได้นอนกันสบาย มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นที่ตึกสำนักงานที่เราพักด้วย ผมเคยเขียนเก็บไว้ตามด้านล่างนี่ครับ


มีเรื่องเล่าสั้นๆมาฝากครับ คืนนั้นฝนตกหนักมาก บริเวณเต๊นท์ของพวกเราเป็นแอ่งไม่เหมาะสมที่จะนอน เจ้าหน้าที่ก็ใจดีเปิดห้องให้เราเข้าไปพัก พวกเรา 5 คนตกลงเก็บของเข้าบ้านพักตอนประมาณสี่ทุ่ม สภาพบ้านพักคื
อมี หนึ่งห้องโถงหลักอยู่ตรงกลาง และมีห้องย่อยอีก 3 ห้องอยู่รอบโถงหลัก และมีห้องน้ำอยู่ 1ห้องที่เราเดินเข้าจากโถงหลักได้ ที่สำคัญ ไม่มีไฟฟ้า! พวกเราตัดสินใจปูที่นอนในห้องโถงหลัก และเริ่มเก็บข้าวของ

หลังจากจัดแจงเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อนคนนึงขอตัวอาบน้ำก่อน ที่เหลือ 4 คนนั่งคุยกันโดยมีแสงสว่างจากแสงเทียน ระหว่างสนทนามีเสียงเคาะประตูด้วยอุ้งมือดังขึ้นมาจากประตูหลังผม 1 ที (ปัง!!) เสียงดังมากขนาดที่ทำให้การสนทนาหยุดลงได้ เรามองหน้ากัน ยิ้ม... ไม่พูดอะไร

รุ่งเช้าก่อนกลับกทม. ผมตัดสินใจเปิดห้องทั้งหมดดู ผมเปิด2 ห้องที่ไม่น่าสงสัยดูก่อน สภาพห้องเหมือนห้องพักธรรมดา มีเตียง5ฟุตวางอยู่ 3 เตียง 2 ห้องนี้ไม่น่าติดใจอะไร ผมเดินไปที่ห้องที่มีเสียงผิดปกติแล้วเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ กลิ่นเหม็นอับมาก เหมือนเป็นห้องเก็บของ มีกลิ่นสาปๆ ห้องนี้มีหน้าต่างที่ปิดไว้แต่รวบม่านให้มีแสงเข้าได้ มีเตียงวางอยู่ และมีห้องน้ำในตัว ที่สำคัญไม่มีทางเข้าออก เข้าได้ทางทางประตูนี้ทางเดียว

ผมคิดในใจ แล้วเมื่อคืนใครเคาะประตู! ทุกวันนี้ก็ยังคาใจกับเสียงนี้อยู่

เกร็ด
สัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี
ร้านค้า ไม่มี
ห้องน้ำ มี












สถานที่เที่ยวทั้งหมด

1 วัน 2 วัน 1 คืน 3 วัน 2 คืน 5 วัน 4 คืน กระเป๋า เกาะล้าน เกาะสีชัง ขนมจีนบ้านนา เขาค้อ เขาค้อทะเลหมอก เขื่อน จ.กรุงเทพ จ.กาญจนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ชัยภูมิ จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา จ.น่าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ปราจีนบุรี จ.เพชรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.สระแก้ว จ.สระบุรี จ.สุโขทัย จ.สุพรรณบุรี จุดสำคัญ ชายหาดชะอำ ชายหาดหัวหิน ซิคาดา ดอย ดอยวาว ดอยเสมอดาว ดอยหลวงเชียงดาว ตลาดโต้รุ่ง ตลาดโบราณนครเนื่องเขต ตัวเมือง ตัวเมืองน่าน ตารางเวลา ทะเล ที่พัก น้ำตก น้ำตกเกริงกะเวีย น้ำตกจ๊อกกะดิ่ง น้ำตกตะเพินคี่น้อย น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ น้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกผาตาด น้ำตกลำเกลียว น้ำตกสันติสุข น้ำตกเอราวัณ บ้านเพลินดารา บ้านริมคลอง ปราสาทหินพิมาย พระตำหนักเขาค้อ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พัทยากลาง พุทธมณฑล ภูทับเบิก มีนบุรี ยอดเขาเทวดา ร้านอาหาร วัด วัดชนะสงคราม วัดพระธาตุเขาน้อย วัดพระพายหลวง วัดพระพุทธบาท วัดภูมินทร์ วัดศรีชุม วัดสระศรี วัดหลวงพ่อโสธร สนามยิงปืนนเรศวร สะพานข้ามแม่น้ำแคว สังขละบุรี หัวหิน หาดถ้ำพัง อช.ทองผาภูมิ อช.ไทรทอง อช.ปางสีดา อช.พุเตย อนันตาริเวอร์ฮิลล์รีสอร์ท อุทยานประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานแห่งชาติ Asiatique